ไม่มีหมวดหมู่

แมลงมีพิษในไทย ส่งผลถึงแก่ชีวิตได้

ไทยแลนด์แดนแมลง แน่นอนว่าที่ประเทศไทยมีแมลงหลากหลายชนิด หลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน มีทั้งที่เรารู้จักคุ้นเคย และไม่รู้จัก ชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแมลงที่เราพบเจอนั้นปลอดภัย หรือมีพิษ วันนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมเหล่าแมลงที่มีพิษมาให้แล้ว เมื่อเราพบเห็นจะได้ป้องกันตัวได้ทันก่อนโดนพิษของมัน เพราะแมลงบางชนิด เมื่อเราไปสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ อาจส่งผลถึงชีวิตเลยก็เป็นได้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพาไปรู้จักกับหน้าตาของเหล่าแมลงมีพิษเหล่านั้นกัน

แมลงมีพิษในประเทศไทย อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้หากนำไปบริโภค หรือสัมผัสโดนพิษของแมลง จะทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองได้ ได้แก่ ด้วงก้นกระดกและด้วงน้ำมัน แมลงทั้งสองชนิดนี้สามารถปล่อยสารพิษที่เป็นอันตราย โดยทำให้ผิวหนังปวดแสบปวดร้อน และอาจทำให้เสียชีวิต โดยเฉพาะด้วงน้ำมัน ที่มีรายงานผู้เสียชีวิตอยู่เสมอ เพราะประชาชนเข้าใจผิดคิดว่ากินได้ จึงจับมาเผาไฟกิน ทำให้ได้รับสารพิษแคนทาริดิน (Cantharidin) ถึงแม้ด้วงน้ำมันจะถูกเผาไฟแล้วแต่สารพิษแคนทาริดินยังคงอยู่

ด้วงก้นกระดก หรือ แมลงก้นกระดก : เป็นแมลงที่พบมากในฤดูฝน ชอบความชื้น เป็นแมลงปีกแข็งขนาดเล็ก มีความยาวเพียง 4-7 มิลลิเมตร โดยมีลักษณะจำเพาะคือ ปีกคู่แรกแข็งและสั้น สีดำ เป็นมัน ปีกคู่สองมีขนาดใหญ่แต่จะมองไม่เห็นเด่นชัด ลำตัวมีขนาดเล็กเรียว ส่วนท้องยาวโผล่ออกมานอกปีกสังเกตเห็นได้ง่ายโดยจะชอบงอส่วนท้องขึ้นๆ ลงๆ เมื่อเกาะอยู่กับที่ สายพันธุ์ที่พบบ่อยในไทยส่วนท้องจะมีสีส้ม

สารพิษของแมลงชนิดนี้ คือ สารพีเดอริน (Paederin) เมื่อถูกผิวหนังจะทำให้เป็นผื่นคันหรือแผลพุพอง ผิวหนังไหม้แดง ปวดแสบปวดร้อนมีไข้ และถ้าถูกพิษบริเวณดวงตา อาจทำให้ตาบอดได้

ด้วงน้ำมัน : ด้วงน้ำมันเป็นแมลงปีกแข็งจำพวกด้วงชนิดหนึ่งในประเทศไทย พบได้ประมาณ 13 ชนิด โดยทุกชนิดมีพิษแบบเดียวกัน ชนิดที่พบบ่อยและประชาชนเคยเสียชีวิตจากการกินมีอยู่ 3 ชนิด ประกอบด้วย Mylabris phalerata มีลักษณะคือ หัว อก ลำตัว และขาสีดำ มีปีกแข็งและมีลายขวางสีเหลืองส้มสลับดำ โดยจะเป็นสีเหลืองส้ม 3 แถบ ดำ 3 แถบ ลำตัวกว้าง 7-8 มม. ยาว 22-27 มม. ชนิดที่สองคือชนิด Epicauta hirticornis มีลักษณะที่สำคัญคือ หัวสีน้ำตาลแดง อก ลำตัว ขา และปีกสีดำ ไม่มีลายบนปีกแข็ง ขนาดของลำตัวกว้าง 3-5 มม. ยาว 12-21 มม. ชนิดที่สาม คือ Epicauta maliculi มีลักษณะสำคัญที่เห็นได้เด่นชัดคือ ปีกคู่หน้ามีสีเหลืองและปลายปีกสีดำ หัวสีแดง โดยลำตัวมีขนาดกว้าง 5-6 มม. ยาว 20-22 มม.

ผู้ที่บริโภคด้วงน้ำมันเข้าไปนั้นจะมีอาการคออักเสบ กลืนอาหารลำบาก ปวดท้อง คลื่นไส้ อุจจาระร่วง อาเจียนเป็นเลือด ความดันโลหิตลดลง ปัสสาวะเป็นเลือด สลบ และเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว ด้วงน้ำมันถ้าถูกรบกวนหรือถูกต้องตัวจะขับของเหลวสีเหลืองอ่อนที่มีสารพิษแคนทาริดิน (cantharidin) ออกจากข้อต่อของส่วนขา ซึ่งถ้าพิษถูกผิวหนังก็จะเป็นตุ่มพุพองอักเสบ และสารแคนทาริดินนี้จะไม่ถูกทำลายโดยความร้อนจากการหุงต้มหรือเผาไฟ ดังนั้นถึงแม้ผู้รับประทานจะนำด้วงน้ำมันไปผ่านความร้อน ก็จะยังได้รับอันตรายจากแมลงชนิดนี้นั่นเอง

รู้แบบนี้เราควรหลีกเลี่ยงการบริโภคแมลงแปลกๆ ที่ไม่เคยเห็นหรือไม่คุ้นตามาก่อน รวมทั้งป้องกันตนเองจากการโดนแมลงกัดต่อย หรือหากเผลอบริโภคหรือสัมผัสเข้าไป และพบอาการผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นกับร่างกาย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่> https://www3.dmsc.moph.go.th/post-view/1967

#ด้วงน้ำมัน#ด้วงก้นกระดก#กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์#กระทรวงสาธารณสุขอาจเป็นรูปภาพของ ‎ข้อความพูดว่า "‎อันตราย! แมลงมีพิษในไทย ส่งผลถึงแก่ชีวิตได้ ก่ชีวิต ا__ن OFPUIUC มวิพยา @dmscnews กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ www.dmsc.moph.go.th 02-589-9850-7‎"‎

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *